ตัวเลขกับโชคลาภ

ตัวเลขกับโชคลาภ

ตัวเลขกับโชคลาภ 

 

ตัวเลขกับโชคลาภ ทุกๆคนคุ้นเคยกับสิ่งนี้ดี ตั้งแต่เด็กจนโตมาเป็นผู้ใหญ่ เรามักจะคุ้นเคยกับตัวเลข เราเริ่มเรียนรู้ตัวเลขว่า ตัวเลข หลักๆ คือจะมี 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 แล้วแต่ว่าเราจะนำมันมาจับคู่กัน หรือ เรียงกัน ตัวเลขมีความสัมพันธ์กับเราในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ที่อาศัยในชีวิต หรือบ้านเลขที่ หรือ แม้แต่ทะเบียนรถ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง หลายๆคนชอบเสี่ยงกับตัวเลข และความเชื่อในตัวเลข บางคนจะซื้อหมายเลขโทรศัพท์ ก็มีความเชื่อว่า เลขโทรศัพท์ถ้ารวมกันแล้ว ผลลัพธ์ได้ เป็น 14 จะส่งผลดีให้กับชีวิต บ้างว่า รวมกัน มีผลลัพธ์ได้ 24 หรือ ลงท้ายด้วย 4 จะส่งผลดีให้กับตัวเองในด้านต่างๆ หรือแม้แต่บ้านเลขที่ หรือทะเบียนรถ ก็นำมารวมกันตามความเชื่อ และอีกอย่างที่สำคัญเลย คือ เลขนำโชค เลขที่เสี่ยงโชค หรือ ภาษาทั่วไป เรียกว่า หวย สมัครสมาชิก พ่อบ้านแม่บ้านหลายท่าน เชื่อว่า ต้องมีการเล่นหวยกันบ้าง ตัวเลขศักสิทธิ์ต่างๆที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นมาจากความฝัน ฝันว่ามีงูเลื้อยมาที่บ้าน เข้ามาในบ้าน ก็นำบ้านเลขที่และความฝันมาแปลงออกมาเป็นหวย หากโชคดี ก็จะถูก หรือโชคไม่ดี ก็ไม่ถูก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเชื่อในรูปแบบไหน ขอแค่อย่าทำให้ใครเดือดร้อน และไม่เดือดร้อนตัวเอง ก็ถือว่า เรื่องราวนั้นเป็นเรื่องที่ดี.

       ความเป็นมาของ ตัวเลขกับโชคลาภ

ตัวเลข เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนจำนวน ซึ่งถูกคิดขึ้นมาก่อน เศษส่วนและทศนิยม

ประวัติของตัวเลขเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่มนุษย์รู้จัก “การเทียบสิ่งของด้วยวิธีหนึ่งต่อหนึ่ง” เช่น เทียบสัตว์ 1 ตัว กับ นิ้วมือ 1 นิ้ว บรรพบุรุษของเราไม่มีตัวเลขแต่ก็รู้จักการนับ สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่คุ้นเคยมักจะถูกนำมาเอามาใช้แทนจำนวนตัวเลข ที่นิยมมากที่สุด คือ นิ้วมือ เช่น นิ้วก้อยแทนหนึ่ง นิ้วนางแทนสองนิ้วกลางแทนสาม ศอกแทนแปด ไหล่แทนเก้า ไหปลาร้าแทนสิบ นอกจากนี้ยังมีการวาดรูปสัตว์ต่างๆ แทนจำนวนตัวเลขอีกด้วย แต่เมื่อความต้องการที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าเพิ่มขึ้น ความต้องการเกี่ยวกับตัวเลขก็มากขึ้นตามไปด้วย การนับโด ยใช้นิ้วหรือสิ่งของมาแทนก็ไม่เพียงพอ วิธีการแก้ปัญหาในครั้งแรก คือ การใช้ปกเชือก ซึ่งอาจเรียกระบบปมเชือกนี้ว่าเป็นตัวเลขชุดแรกของมนุษย์ก็ได้
คนโบราณบางแห่งใช้ปมเชือกบันทึกจำนวน เช่น พวกอินคาในอเมริกาใต้ เขาใช้ปมชนิดหนึ่งแทนจำนวนหนึ่ง และให้ทุกคนท่องจำปมต่างๆ ให้เข้าใจตรงกันว่าเป็นจำนวนอะไร วิธีนี้มีชื่อว่า “กีปู” บางทีเขาใช้กีปูในการบันทึกเหตุการณ์บางอย่างด้วยเช่นกัน ส่วนเลขศูนย์นั้น กล่าวกันว่า เกิดขึ้นในอินเดีย แต่ยังมีความคิดเห็นที่ยังไม่ตรงกันเกี่ยวกับเรื่องเลขศูนย์นี้ว่าต้นกำเนิดเป็นสัญลักษณ์แทนอะไร บางคนว่าเป็นสัญลักษณ์แทนดวงอาทิตย์ บางคนว่าเป็นสัญลักษณ์แทนภูติผีปีศาจ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ตาม การมีศูนย์นี้สำคัญมากสำหรับการพัฒนาตัวเลขที่เกิดขึ้นมาภายหลัง

ปัจจุบันตัวเลข 1,2,3,??. มีต้นกำเนิดในอินเดีย และมาแพร่หลายในยุโรปโดยผ่านชาวอาหรับ จึงมีชื่อเรียกว่า “ตัวเลขฮินดูอารบิก”

ความเป็นมาจากอีกที่หนึ่งของคนสมัยโบราณมีวิธีตอบคำถามที่ว่า “เท่าไร” ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่มีคำที่ใช้เรียกจำนวน และยังไม่มีสัญลักษณ์ ที่เขียนแทนจำนวน เขาใช้วิธีขีดรอยบนกิ่งไม้ หรือใช้กิ่งไม้เล็กๆ แทนสิ่งที่จะต้องนับทีละสิ่ง ต่อมาเมื่อคนรู้จักบันทึกเรื่องราวเพื่อช่วยความจำ เขาจึงเขียนสัญลักษณ์ขึ้นสำหรับแทนจำนวน

ชาวบาบิโลนบันทึกเรื่องราวลงบนแผ่นดินเหนียวสัญลักษณ์ที่เขียนแทนจำนวนจึงมีรูปร่าง ดังนี้

l แทน จำนวนหนึ่ง
< แทน จำนวนสิบ

สัญลักษณ์ที่เขียนแทนจำนวน เรียกว่า ตัวเลข ตัวเลขที่ใช้ในปัจจุบันทั่วโลก เป็นตัวเลขฮินดูอารบิกได้แก่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9,0 ตัวเลขฮินดูอารบิกนี้ชาวฮินดูเป็นผู้คิด ชาวอาหรับเป็นผู้นำไปเผยแพร่

คนไทยมีตัวเลขไทย ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และ ได้ดัดแปลงเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน

ตัวเลขอียิปต์ ในสมัยโบราณ อียิปต์เป็นชาติที่เจริญรุ่งเรือง ทางด้านศิลปวิทยาการ ก่อนชาติอื่นๆ ชาวอียิปต์รู้จักบันทึกจำนวน โดยใช้สัญลักษณ์ต่างๆ

การเขียนสัญลักษณ์แทนจำนวนของชาวอียิปต์ ใช้วิธีรวมค่าของสัญลักษณ์เหล่านั้น ไม่คำนึงถึงตำแหน่งของสัญลักษณ์ ดังนั้น จำนวนเดียวกัน อาจจะเขียนสัญลักษณ์สลับที่เป็นแบบต่างๆ ได้

ตัวเลขบาบิโลน เมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช ประเทศบาบิโลนเนียตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของประเทศซีเรีย และ เลบานอน ในกลางศตวรรษที่ ๑๙ นักโบราณคดีได้ขุดพบแผ่นอิฐมากกว่าห้าหมื่นแผ่น ใกล้ๆ กับเมืองนิปเปอร์ (Nippur) และ ได้นำแผ่นอิฐเหล่านี้ไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี รวมทั้งสถานที่แสดงวัตถุโบราณที่เยล โคลัมเบีย และ ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียในสหรัฐอเมริกา จากแผ่นอิฐ ทำให้ทราบเรื่องราวของชาวบาบิโลน

ชาวบาบิโลนถือตำแหน่งของสัญลักษณ์เป็นสำคัญ ถ้าสลับที่สัญลักษณ์ จะทำให้ได้จำนวนที่มีค่าต่างกัน ดังเช่น

<|| ไม่เท่ากับ |<| จำนวนแรกแทนสิบสอง จำนวนหลังแทนเจ็ดสิบเอ็ด

ต่อมาเมื่อมีความจำเป็นต้องแสดงจำนวนที่ใหญ่ขึ้น เขาจะใช้สัญลักษณ์นี้เขียนเป็นกลุ่มใหม่ โดยนำกลุ่มนี้ ไปไว้ทางซ้าย ของกลุ่มเดิม ที่แทนจำนวนสิบกับหนึ่ง และ กำหนดให้สัญลักษณ์ในกลุ่มใหม่ มีค่าเป็นหกสิบเท่าของจำนวนในกลุ่มนี้เช่น ตำแหน่งของสัญลักษณ์ที่ชาวบาบิโลนกำหนดไว้ จะประกอบด้วยหลักหน่วยนับได้ตั้งแต่ หนึ่งถึงห้าสิบเก้า เขียนเป็นกลุ่ม อยู่ทางขวามือสุด กลุ่มที่สองซึ่งอยู่ถัดไปทางซ้าย จะเป็นหลักหกสิบ ซึ่งจะมีค่าเป็นหกสิบเท่าของจำนวนในหลักนั้น กลุ่มที่สาม กลุ่มที่สี่ และ กลุ่มต่อไป ที่อยู่ถัดไปทางซ้ายก็จะเป็นหลักหกสิบกำลังสอง, หลักหกสิบกำลังสาม,… ไปตามลำดับ

ข้อสังเกต ตัวเลขบาบิโลน เป็นตัวเลขในระบบฐานหกสิบ เมื่อนำสัญลักษณ์ตัวเดิมไปวางไว้ในตำแหน่ง หรือหลักที่ต่างกัน จะได้ค่าต่างกัน เนื่องจากชาวบ้านบาบิโลนยังไม่รู้จักใช้สัญลักษณ์ศูนย์ จึงมีข้อยุ่งยากของการใช้ตัวเลขในระบบนี้ คือ ถ้าจำนวนในหลักใดขาดหายไป จะทำให้เกิดความสับสนในการอ่าน และ การเขียน

ตัวเลขกรีก ในสมัยต้นๆ ชาวกรีกใช้สัญลักษณ์แทนจำนวน ในสมัยต่อมา กรีกเปลี่ยนมาใช้ตัวอักษร ซึ่งมียี่สิบเอ็ดตัว แทนจำนวนโดยใช้อักษรเก้าตัวแรกแทนหนึ่งถึงเก้า เก้าตัวถัดไป แทนสิบถึงเก้าสิบ และ เก้าตัวสุดท้ายแทนหนึ่งร้อยถึงเก้าร้อย

นอกจากจะใช้วิธีรวมค่าสัญลักษณ์แล้ว เมื่อต้องการเขียนสัญลักษณ์แทนจำนวนใหญ่ๆ ชาวกรีกจะใช้วิธีขีดเฉียง / เติมหน้าตัวอักษรนั้นๆ หมายถึง พันเท่าของจำนวนนั้นๆ

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนจำนวนแบบนี้ ต้องอาศัยความจำมาก ไม่สะดวกในการเขียน อย่างไรก็ดี ความก้าวหน้าอย่างหนึ่งก็คือ การรู้จักคูณทวีพันเท่า

ตัวเลขโรมัน ในสมัยต้นๆ ชาวโรมันใช้สัญลักษณ์เขียนแทนจำนวน ดังนี้

ตัวเลขโรมันที่ใช้ในปัจจุบัน แทนจำนวน IV ห้าลบด้วยหนึ่ง สี่ VI ห้าบวกกับหนึ่ง หก IX สิบลบด้วยหนึ่ง เก้า XI สิบบวกกับหนึ่งสิบเอ็ด XII สิบบวกกับสอง

ตัวเลขจีนชาวจีนมีสัญลักษณ์สิบสองตัวที่ใช้เขียนแทนจำนวนชาวจีนใช้วิธีคูณตามค่าประจำตำแหน่งของแต่ละหลัก แล้วรวมผลคูณนั้นๆ เข้าด้วยกัน

ตัวเลขมายันในสมัยก่อนที่โคลัมบัสพบซีกาโลกตะวันตกนั้น ชนเผ่ามายันได้อาศัยอยู่ในอเมริกากลาง และ เม็กซิโก เป็นชาติที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาแล้ว ชาวมายันใช้ตัวเลขที่มีค่าประจำตำแหน่ง และ เป็นชาติแรกที่มีสัญลักษณ์แทนจำนวนศูนย์ สัญลักษณ์ที่ใช้แทนจำนวนของชาวมายัน การเขียนตัวเลขแทนจำนวนใหญ่ๆ ของชาวมายันใช้วิธีการเดียวกันกับของจีน คือเขียนในแนวตั้ง เรียงจากมากลงมาหาน้อย

เขียนตัวเลขหลักหน่วยไว้ตำแหน่งล่างสุด

เขียนตัวเลขหลักที่สองเหนือหลักหน่วย หลักที่สองมีค่าประจำตำแหน่งเป็น 20 เท่าของจำนวนในหลักนี้

เขียนตัวเลขหลักที่สามเหนือหลักที่สอง หลักที่สามมีค่าประจำตำแหน่งเป็น 18 X 20 เท่าของจำนวนในหลักนี้

เขียนตัวเลขหลักที่สี่ ที่ห้า ที่หก,… เหนือหลักที่ต่ำกว่าไปตามลำดับค่าประจำตำแหน่งจะเป็น 18 X 20^2 , 18 X 20^34,… เท่าของจำนวนในแต่ละหลักตามลำดับ

            จากประวัติจะเห็นได้ว่า ตัวเลขเกี่ยวข้องกับในชีวิตทุกยุคทุกสมัย และยิ่งสมัยนี้ตัวเลขนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวเลขแห่งโชคลาภเลย หันไปทางไหน ก็มีแต่การเสี่ยงโชค ไม่ว่าจะเสี่ยงทางออนไลน์ สมัครสมาชิก หรือเสี่ยงกับแผ่นกระดาษ ล็อตเตอรี่ ช่องทางการเสี่ยงออนไลน์ก็จะมี หวยออนไลน์ ตามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ต่างๆ  การเทรดหุ้น  การดูหุ้นของต่างประเทศ นั่นก็เกี่ยวข้องกับตัวเลข และโชคลาภ คือ สิ่งที่นำผลมาให้โดยไม่ได้คาดหมาย ดังนั้น นั่นหมายถึงว่า การที่เรานำตัวเลขไปเสี่ยงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วผลลัพธ์ออกมาในทางที่ดี หรือเราได้รับผลประโยชน์ เช่น การที่เรา ถูกหวย ถูกล็อตเตอร์รี่  หุ้นขึ้น  หรือ การที่เราไปเล่นบิงโกตัวเลขตามงานวัดแล้วเราก็ได้บิงโก หรือเรา ไปหยิบไข่ชิงโชคหยิบหมายเลขแล้วได้ของรางวัลใหญ่ หรือหยิบเบอร์ทองแล้วได้แจคพอตแตก นั่นหมายถึงว่า เรามีโชคลาภจากตัวเลข  แต่ทว่าเราอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนี้ตลอดไป